ผลบอล-“แมนเชสเตอร์ ซิตี้” บุกไปเชือด “ชาลเก้ 04” 3-2 สังเวย โอตาเมนดี้

      ชาลเก้ 04 มาในระบบ 3-5-2 โดยมี มาร์ค อูธ ยืนหน้าเป้าคู่กับ ฮัมซา เมนดิล กองหน้าจำเป็น มี นาบิล เบ็นทาเล็บ ห้องเครื่องของทีมคุมเกมกลางสนาม ด้ายผู้มาเยือนจัดชุดลุยแหลก 3-4-3 นำโดย เซร์คิโอ อเกวโร, แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ ราฮีม สเตอร์ลิง ล่าตาข่าย

      เริ่มเกมทีมเยือนเป็นฝ่ายครองบอลกดดันเจ้าบ้านได้ก่อน แต่ความีวินับของแนวรับทำให้ ชาลเก้ 04 ยังรอดตัวไปได้ นาทีที่ 7 แมนฯ ซิตี้ ได้โอกาสจัง ๆ ครั้งแรกจากจังหวะลูกฟรีคิกลูกสูตร ซิลบา โยนเข้าเขตโทษให้ อเกวโณ ไดโขกเหน่ง ๆ แต่ แฟห์รมันน์ ปัดออกไปได้

      แมนฯ ซิตี้ ยังทำได้ดีกว่าต่อเนื่อง ในนาทีที่ 16 เดอ บรอยน์ ฉกบอลไปได้จากบริเวณกลางสนาม พาบอลลุยขึ้นหน้ามาเอง ก่อนได้ลองยิงไกล แต่ แฟห์รมันน์ รับสบาย หลังจากนั้นไม่นาน อเกวโร ได้สับไกในกรอบเขตโทษ แต่บอลแฉลบ เมนดิล ออกหลัง

  • นาทีที่ 18 ชาลเก้ มาเสียประตูจากความผิดพลาดของพวกเขาเอง ราล์ฟ แฟห์ร์มันน์ ออกบอลสั้นให้ ซาลิฟ ซาเน แต่กองหลังชาวเซเนกัล เหม่อไปหน่อยจนโดนฉกบอลไป ซิลบา ฉกบอลไปได้ จังหวะสุดท้ายตบเข้าดลางให้ อเกวโร แปบอลใส่ประตูโล่ง ๆ ไม่เหลือ
  • ชาลเก้ มาได้โอกาสยิงจัง ๆ ครังแรกเอาในนาทีที่ 25 เมื่อ มาร์ค อูธ ได้ทำบอลสวนกลับ ก่อนมีโอกาสปั่นโค้งจากนอกกรอบ แต่บอลหลุดเสาออกไป
  • แมนฯ ซิตี้ มาถึงคราวเครียดบ้าง เมื่อ ดาเนียล คาลิกูรี ยิงไกลไปโดนแขนของ โอตาเมนดี้ ในเขตโทษ แม้ทั้งทีมพยายามจะช่วยกันป้องว่าเขาพยายามเอี้ยวแขนหลบแล้ว แต่จากภาพช้านั้นชัดเจนมาก และทีมตัดสิน VAR ก็เห็นสมควรที่จะให้จุดโทษแก้ ชาลเก้ ซึ่ง เบ็นทาเล็บ ก็สังหารเข้าไปอย่างเฉียบขาด
  • แมนฯ ซิตี้ มาพลาดสียจุดโทษอย่างต่อเนื่อง เมื่อ แฟร์นันดินโญ ไปรั้ง ซาลิฟ ซาเน ล้มในเขตโทษ นาบิล เบ็นทาเล็บ สังหารไม่พลาดอีกครั้ง ชาลเก้ พลิกขึ้นนำ 2-1 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
  • เริ่มครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายบุกหนักเช่นเคย เควิน เดอ บรอยน์ ได้โอกาสลองยิง แต่บอลก็ไปแฉลบแนวรับเจ้าถิ่นออกหลัง โอกาสของ อเกวโร กับ กุนโดกัน หลังจากนั้นก็ยังไม่ตรงกรอบ
  • นาทีที่ 68 แมนฯ ซิตี้ มาเสียเปรียบหนักกว่าเก่า เมื่อ โอตาเมนดี้ ไปเตะ เบ็นทาเล็บ แบบไม่จำเป็นจากจังหวะกำลังโดนพลิกหนี ผู้ตัดสินชาวสเปนชักใบเหลืองที่ 2 และใบแดงไล่ออกทันที เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องส่ง แว็งซ็องต์ ก็อมปานี ลงมาในสนามแทน ดาบิด ซิลบา

  • ทีมเยือนพยายามอย่างหนักที่จะเอาประตูตีเสมอ เดอ บอรยน์ ได้โอกาสปั่นฟรีคิกระยะหวังผล บอลไปแฉลบกำแพงออกหลังแบบหวุดหวิด ส่วน แบร์นาร์โด้ ได้โอกาสพาอบอลไปยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ข้ามคานออกไป
  • ความพยายามของ แมนฯ ซิตี้ มาสัมฤทธิ์ผลเอาในนาทีที่ 85 เมื่อพวกเขาได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผล คราวนี้ เลรอย ซาเน รับหน้าที่สังหาร แบะเขาก็ทำได้ดีสุด ๆ เมื่อบอลติดไซด์เสียบเสาเข้าไป
  • ในนาทีสุดท้ายของเกม เจ้าบ้านแทบฝันสลาย เมื่อบอลสวนกลับยาวจาก เอแดร์ซอน สัมฤทธิ์ผล ราฮีม สเตอร์ลิง ได้บอลก่อน โอชิปก้า ก่อนหลุดเข้าไปยิงผ่าน แฟห์รมันน์ สบาย ๆ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกนำ 3-2 และจบเกมด้วยสกอร์นี้

     ชาลเก้ 04 โอกาสยังมี แต่พวกเขาต้องยิง แมนฯ ซิตี้ ให้ได้ 2 ลูกขึ้นไป หรือไม่งั้นก็ต้องบุกเชือด 3-2 เป็นอย่างน้อยเพื่อต่อเวลาพิเศษ ซึ่งก็เป็นงานยากทั้งคู่ ในขณะที่ ซิตี้ ขอแค่เสมอหรือแพ้แค่ 0-1 กับ 1-2 ในบ้านตัวเองก็เพียงพอแล้วที่จะเข้ารอบ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมนัดแรก โดยเกมนัดต่อไปจะมีขึ้นในคืนวันพุธที่ 12 มีนาคมนี้

รายชื่อ 11 ตัวจริง

ชาลเก้
แฟห์รมันน์ – ซาลิฟ ซาเน, นาสตาสิช, บรูมา – โอชิปก้า, เบ็นทาเล็บ, เซร์ดาร์, แมคเคนนี, คาลิกูรี – อูธ, เมนดิล

ตัวสำรอง
นือเบล, รูดี้, มาตอนโด, เบิร์กสตัลเลอร์, สเคอชิบสกี้, ฮาริต, คูตูจู

แมนฯ ซิตี้
เอแดร์ซอน – วอล์กเกอร์, โอตาเมนดี้, ลาปอร์ต – แฟร์นันดินโญ, กุนโดกัน, เดอ บรอยน์, ซิลบา – แบร์นาร์โด้, สเตอร์ลิง, อเกวโร

ตัวสำรอง
มูริช, ดานิโล, ก็อมปานี, ซินเชนโก้, โฟเด้น, เลรอย ซาเน, มาห์เรซ

Please follow and like us:

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*